Home  l  Programme  l   Testimonials  l   Gallery   l   Content   l   Benefits   l   FAQs  l  About Us   l   Contact Us   l   Fees / Enrol  
   
     
   
     
   
     
   
     
   
 
 

EFL: English as a Foreign Language Chiangmai (Lanna) School
(หมายเหตุ:ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการอัพเดทข้อมูลที่ถูกต้อง หากท่านมีข้อสงสัยกรุณาติดต่อทางโรงเรียนฯโดยตรง 053-266295-6)


History

2004
จากนักวิจัยอิสระ ค้นคว้าและวิจัยเพื่อค้นหาวิธีการที่ดีที่สุดและเร็วที่สุดในการประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศสำหรับชาวเอเชียและชาวไทย จนกระทั่งได้ค้นพบนวตกรรมในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและได้ผลดีที่สุดที่ได้กลั่นกรองมาแล้วอย่างดี ถือเป็นต้นกำเนิดของ EFL Learning Centre ซึ่งดำเนินงานโดย DSS International Language Services Co.,Ltd.

   
2005
จากการค้นคว้าวิจัยและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ EFL Learning Centre ได้เติบโตอย่างมั่นคง และมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในการปฏิวัติการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดตั้ง มูลนิธิส่งเสริมและช่วยเหลือด้านภาษาต่างประเทศแก่ผู้ด้อยโอกาส ในนามของ DSS Foundation (เลขอนุญาตที่ ต.ชม ๐๐๓๒/๒๕๔๘)
 
 
2006
EFL Learning Centre ได้จดทะเบียนเป็นหนึ่งในโรงเรียนเอกชนของประเทศไทยในนาม English as a Foreign Language Chiangmai (Lanna) School หรือ โรงเรียนสอนภาษาต่างประเทศเชียงใหม่ (ลานนา) และในปีนี้กลุ่มบริษัทในเครือได้ขยายงานไปในส่วนของการพัฒนาระบบการสร้างอาจารย์ผู้สอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศอย่างมืออาชีพ ในนามของ Siam Educational Experience [SEE]
 
Future: Spread Your Wings with EFL
SEE – EFL มุ่งมั่นที่จะค้นคว้าวิจัย และนำไปสู่พัฒนาการใหม่ๆของเทคโนโลยีทางการศึกษาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการจัดตั้ง Unlimited WWW หรือ Unlimited World-Wide Wings ซึ่งเป็นหน่วยงานให้คำปรึกษาการศึกษาต่อต่างประเทศอิสระ ที่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับค่ายใดค่ายหนึ่ง โดยมีคอนเซ็ปท์ที่ว่า “We will search the World for you” นอกจากนี้เรายังมีโปรแกรมที่จะเติบโตอย่างมั่นคงและควบคุมคุณภาพของเราทุกกลุ่มงานของบริษัทในเครือ

 

ก่อกำเนิด EFL

Global English
ภาษาอังกฤษเป็นภาษา Germanic ซึ่งเป็นกลุ่มภาษาในตระกูล Indo-European ในด้านของจำนวนผู้ใช้ภาษาแล้วภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่มีผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของภาษา (Native speakers) ประมาณ 300 ล้านคนทั่วโลก และอีก 300 ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (English as a second language) และอีกมากกว่า 100 ล้านคนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (English as a foreign language) ประมาณ 1 ใน 5 ของประชากรโลกสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดี และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจำนวนคนที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองและภาษาต่างประเทศจะมากกว่าเจ้าของภาษาอย่างมากมาย

Colonization & Globalization
ตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 เป็นต้นมา อังกฤษได้ขยายอิทธิพลจากการล่าอาณานิคมจากฝั่งตะวันตกไปจนถึงตะวันออกของโลก ซึ่งมีผลทำให้เกิดการแผ่ขยายการใช้ภาษาอังกฤษไปทั่วทุกดินแดนที่ได้ชื่อว่าเป็นอาณาเขตของสหราชอาณาจักรอังกฤษ ทำให้เกิดวิวัฒนาการการสอนภาษาอังกฤษในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่มาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และในศตวรรษที่ 20 เกิดปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Globalization หรือ โลกาภิวัตน์ ซึ่งเกิดจากความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทำให้เกิดการถ่ายโอนความรู้ วัฒนธรรม สังคม ระหว่างประเทศอย่างรวดเร็ว แล้วสิ่งที่เป็นตัวกลางหนึ่งในการถ่ายโอนความเจริญก้าวหน้าเหล่านี้ก็คือภาษา และในยุคนี้เองที่ ภาษาอังกฤษได้รับการขนานนามว่าเป็น Lingua Franca ซึ่งหมายถึง ภาษาสากลของโลก (Global language)

ESL or EFL?
กว่า 1,600 ปีที่วิวัฒนาการการสอนภาษาอังกฤษในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาแม่ได้ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งถึงปัจจุบัน การเรียนภาษาอังกฤษในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก เราเรียกว่าเป็นการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง (English as a Second Language: ESL) แต่สำหรับการเรียนภาษาอังกฤษในประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแรก อย่างเช่นในประเทศไทยนั้น การเรียนการสอนต้นตำหรับที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ก็คือ English as a Foreign Language หรือ EFL นั่นเอง

สามารถหาข้อมูลเกี่ยวกับ EFL เพิ่มเติมได้ที่
www.askoxford.com/worldofwords/history, www.askoxford.com/globalenglish, www.krysstal.com/english.html , www.englishclub.com

 


Teachers อาจารย์ผู้สอน

การสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นั้น ย่อมแตกต่างจากการสอนภาษาอังกฤษในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอย่างมาก ดังนั้น อาจารย์ที่จะสามารถสอนให้นักเรียนไทยเข้าใจและเป็นไวรวมทั้งสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • อาจารย์ที่สอนควรจะเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมและลักษณะของความแตกต่างระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้รู้และเข้าใจถึงปัญหาการเรียนและจะหาวิธีแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเราไม่ได้เป็นแก้วเปล่า เราเป็นแก้วที่มีน้ำซึ่งเปรียบได้กับภาษาแม่(ภาษาไทย) ของเราอยู่แล้ว เมื่ออาจารย์ต้องการเติมน้ำเพิ่มเติมเข้ามาในแก้วใบนี้แล้วต้องการให้น้ำ 2 ส่วนผสมกันอย่างกลมกลืน อาจารย์ก็ต้องเข้าใจคุณสมบัติของน้ำในแก้วเดิมและน้ำใหม่ก่อนว่ามีธรรมชาติเป็นอย่างไร
  • อาจารย์ที่มีความรู้ในการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นการนำ Contrastive Analysis, Error Analysis และ Interlanguage มาประยุกต์ใช้ในการสอนเป็นต้น เพราะมิได้หมายความว่าคนต่างชาติพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นคนอังกฤษ อเมริกัน แล้วจะสอนภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่ในสถานทูตอังกฤษ อเมริกัน จะสามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ได้หมายความว่าคนที่มีปริญญาด้านใด ด้านหนึ่งมาจะสามารถสอนภาษาอังกฤษอย่างได้ผล เป็นต้น ดังนั้นอาจารย์ที่มีความรู้ด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (English as a Foreign Language: EFL) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเรา
  • การจัดทำบทเรียน รวมทั้งสื่อในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือการบ้าน สื่อที่ใช้ในการเรียนการสอน ควรเน้นในรูป “Student Oriented” เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้มากที่สุด

ความเข้าใจและเอาใจใส่ในตัวผู้เรียน

เนื่องจากพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัยแตกต่างกัน ดังนั้นเทคนิคการสื่อสารเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพก็ย่อมแตกต่างกันด้วย

พัฒนาการของเด็กแต่ละวัย เทคนิคการเรียนการสอน
วัยทารก (0-1 ปี)
ทารกไม่สามารถพูดได้ แต่จะสื่อสารโดยการแสดงออกทางท่าทาง เช่น ยิ้มเมื่อพอใจ ร้องไห้เมื่อไม่พอใจ ส่งเสียงอ้อแอ้ในลำคอ(Cooing)
เข้าใจในสื่อสัญญาณ(Cues)ที่ทารกแสดงออก และตอบสนองด้วยการอุ้มหรือการสัมผัสที่อบอุ่น พูดจาด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล ในการ Approach เด็ก ผู้ปกครองควรยื่นมือไปแตะเด็ก หรือยิ้มด้วยท่าทีที่เป็นมิตรก่อนที่จะอุ้มตัวทารกในทันทีทันใด
วัยเด็กตอนต้น(อายุ ไม่เกิน 6 ปี)
เด็กจะใช้ท่าทางในการแสดงออกมากกว่าคำพูด เนื่องจากยังพูดได้ไม่มากและสื่อได้ไม่ชัดเจนนัก เด็กวัยนี้จะพูดได้ 50 คำตามสัญลักษณ์ที่มองเห็น และใช้ไวยากรณ์ยังไม่ถูกต้องนักและจะมีความตั้งใจเพียงสั้นๆ
ทคนิคการสื่อสารควรอธิบายอย่างย่อๆ เข้าใจง่าย พูดซ้ำๆคำที่ต้องการเน้น เลี่ยงการพูดประโยคยาวๆ
วัยเรียน 6-12 ปี
เด็กจะเข้าใจเหตุผลมากขึ้นในการคิด แต่ยังเข้าใจอะไรในเชิงนามธรรมน้อยและรู้จักใช้คำพูดที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากขึ้น มีทักษะการใช้ภาษามากขึ้น
ประเมินระดับความคิดและความเข้าใจในเด็กก่อน การอธิบายจึงควรยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้เด็กมองเห็นหรือนึกถึงภาพได้ การใช้วิดีโอเทป สื่อการสอน รูปภาพ ไดอะแกรมจะช่วยให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้น
เด็กวัยรุ่น 13-16 ปี
มีทักษะการสื่อสารอย่างสมบูรณ์ มีการคิดในเชิงรูปธรรมและนามธรรมมากขึ้น สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้อย่างเป็นระบบ แต่ยังขาดประสบการณ์ชีวิตในด้านต่างๆ
จัดสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการสื่อสารเช่นส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ อธิบายในประโยคที่ยาวได้มากขึ้นและแสดงความจริงใจในการให้คำอธิบาย และซื่อสัตย์ต่อเด็ก
วัยผู้ใหญ่ 16 ปีขึ้นไป
มีทักษะการสื่อสารที่สมบูรณ์มีทักษะการสื่อสารอย่างสมบูรณ์ มีการคิดในเชิงรูปธรรมและนามธรรมมากขึ้น สามารถวิเคราะห์ปัญหาต่างๆได้อย่างเป็นระบบ มีประสบการณ์ต่างๆมากขึ้น สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเริ่มหาวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง มีความเชื่อในบางสิ่งบางอย่างว่าตนเองสามารถ หรือไม่สามารถทำได้ บางครั้งมีความกลัวและอายที่จะเรียนรู้มากกว่าเด็ก เพราะคิดว่าตนเองอายุมากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ ซึ่งความกลัวนี้เองที่เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ที่ทำให้ผู้ใหญ่เรียนรู้ได้ช้า หาได้เกิดจากร่างกายหรือสมองที่แก่เกินกว่าการเรียนรู้ไม่
1. สำรวจความต้องการ โดยการซักถามสังเกต สัมภาษณ์ พูดคุย ทดสอบก่อนเรียน ซึ่งสำรวจ ใน 2 ประเด็นใหญ่ๆคือ
- สำรวจความต้องการ/ความสนใจของผู้เรียน
- สำรวจพื้นฐานความรู้เดิม
2. เตรียมการ
- เตรียมเกี่ยวกับสาระการเรียนรู้และองค์ประกอบอื่นๆที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เช่น วัสดุอุปกรณ์ สื่ออื่นๆที่เกี่ยวข้อง
-* วางแผนการจัดกิจกรรม, วางแผนการเรียนการสอน ให้เชื่อมโยงต่อเนื่อง สอดคล้องกับ ความต้องการ ความสนใจของผู้เรียน
3. ดำเนินกิจกรรมการการเรียนรู้ มีขั้นตอนย่อยคือ
- ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน
- ขั้นจัดกิจกรรมการเรียนรู้
- ขั้นวิเคราะห์ อภิปรายผลงาน/องค์ความรู้ที่สรุปได้จากการจัดกิจกรรม การเรียนรู้
- วิเคราะห์ อภิปรายกระบวนการเรียนรู้
4. ประเมินผล
5. สรุปและนำไปประยุกต์ใช้
สุชีวา วิชัยกุล (bcnnv.ac.th/elearning/mod/resource/view.php?id=179)
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ (2543)

คุณสมบัติของผู้เรียนกับ EFL

  1. อายุ: อายุตั้งแต่ 4.5 ปีขึ้นไป
  2. ความรู้พื้นฐานขั้นต่ำ: ไม่จำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษเลย
  3. เวลา: มีเวลาให้กับ EFL อาทิตย์ละประมาณ 3 – 4 ชั่วโมง หรือวันละประมาณ 1.40 ชั่วโมง
  4. ความต้องการ: อยากพัฒนาภาษาอังกฤษ / อยากให้เกรดภาษาอังกฤษดี / อยากใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ดี / อยากใช้ภาษาอังกฤษให้เป็นไวๆ / อยากไปเรียนหรือทำงานในต่างประเทศ / อยากทำงานกับชาวต่างชาติหรือบริษัทต่างชาติ / อยากทำธุรกิจหรือประสบความสำเร็จในการขายสินค้าให้กับชาวต่างประเทศ เป็นต้น
  5. ชอบการเรียนรู้อย่างมีความสุข: นโยบายในชั้นเรียนของ EFL จะเน้นการเรียนรู้ที่ได้ประสิทธิภาพและมีความสุขกับการเรียนในทุกๆวินาที หากคุณชอบการเรียนรู้แบบนี้ล่ะก็ คุณก็พร้อมที่จะเรียนกับเราถ้าคุณมีคุณสมบัติเหล่านี้ คุณก็เริ่มเรียนกับเราได้ทันที!

 

วิธีการสอนของ EFL (EFL’s teaching methodologies)

การสอนภาษาใดๆเป็นภาษาต่างประเทศนั้น มีวิธีการสอนที่มีประสิทธิภาพหลักๆอยู่ 4 วิธี คือ

  1. PPP: ได้แก่ การนำเสนอ (Presentation) การฝึกฝน (Practice) และการแสดงออกทางภาษา (Production)
  2. CA (Communication Activities) คือ กิจกรรมการสื่อสาร ผู้เรียนจะได้เรียนรู้ภาษาที่สองได้อย่างดีต่อเมื่อรู้ภาษาแม่และใช้ได้อย่างดี ผู้เรียนจะใช้การเทียบเคียงกับภาษาแม่และจะสามารถถ่ายโยงภาษาแม่ไปสู่ภาษาต่างประเทศได้
  3. The natural approach เน้นการให้ความรู้ที่เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการของผู้เรียน โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนและการรับรู้ทางภาษาของผู้เรียนอย่างเป็นธรรมชาติและเหมาะสม วิธีนี้จะทำให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จดังที่คาดหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่ต้องใช้ผู้สอนที่มีความรู้และประสบการณ์ในการสอนภาษาด้วยวิธีนี้อย่างถูกต้อง
  4. การสอนแบบเน้นกฎเกณฑ์ทางภาษา แบ่งออกเป็น 4 แบบคือ วิธีสอนแบบแปลและไวยากรณ์, วิธีการสอนแบบตรง, วิธีการสอนโดยอาศัยการฟังและพูด และวิธีการสอนตามทฤษฎีการเรียนรู้

วิธีของ EFL นั้นจะใช้วิธีที่เรียกว่า Integrated Methodologies ซึ่งเป็นวิธีการที่ผสานส่วนที่ดีที่สุดของแต่ละวิธีมารวมกัน การจะสอนแบบใดนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับตัวผู้เรียน ได้แก่ อายุ ความรู้พื้นฐาน และปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในการพิจารณา

 

Class Room & Size

ชั้นเรียนของ EFL จะเป็นชั้นขนาดเล็ก (ไม่เกิน 8 คน) มุ่งที่จะให้ผู้เรียนได้สัมผัสและได้ทำกิจกรรม รวมทั้งได้ฝึกฝนทักษะทั้งในเรื่องการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน อย่างทั่วถึง มุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาทางด้านภาษาอังกฤษให้กับผู้เรียนอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ห้องเรียนทุกห้องได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ในทุกช่วงชั้น เพื่อให้ผู้เรียนได้สัมผัสการเรียนที่เป็นธรรมชาติและสนุกสนาน ผ่อนคลายกับการเรียนแต่ได้เนื้อหาอย่างครบครัน

 

ประเภทของชั้นเรียนจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักคือ

  • Intensive Private Course:
    • เป็นกลุ่มที่เน้นการเรียนแบบตัวต่อตัว เนื้อหาเข้มข้นและเห็นผลไว ใช้เวลาน้อย แต่มีประสิทธิภาพการเรียนสูง บรรยากาศที่เป็นกันเองและแนบแน่นด้วยมิตรภาพ
    • เหมาะสำหรับผู้ที่มีความต้องการเฉพาะ / ไม่มีเวลาตรงกับกลุ่มที่เปิดเรียน / มีเวลาการเรียนน้อย / ต้องการเห็นผลอย่างรวดเร็ว
    • จำนวนนักเรียนใน 1 คลาส จะไม่เกิน 3 คน ต่อ 20 Academic Hours [AcH]
      • Gold Intensive Class: นักเรียน 1 คน
      • Silver Intensive Class: นักเรียน 2 คน
      • Bronze Intensive Class: นักเรียน 3 คน
  • Effective Standard Course: ต่อ 30 Academic Hours [AcH]
    • ด้วยจำนวนนักเรียนเพียง 4-8 คนในชั้นเรียน นักเรียนทุกคนจึงรู้สึกสนุกสนานไปกับการเรียนและได้รับการเรียนรู้อย่างทั่วถึง
    • ด้วยจำนวนนักเรียนตั้งแต่ 4 คนขึ้นไป จากผลการวิจัยทางด้านการสอนภาษาของ EFL พบว่าอาจารย์ไม่เพียงแต่จะต้องใช้เวลาไปกับการสอนนักเรียนเรื่องภาษาอังกฤษเท่านั้น อาจารย์ยังจะต้องเสียเวลาไปกับการจัดระเบียบห้องเรียนไปพร้อมๆกันด้วย ดังนั้น กลุ่มนักเรียนที่ใหญ่ขึ้นจึงต้องใช้เวลาที่มากขึ้นเพื่อที่จะได้เนื้อหาที่บรรลุวัตถุประสงค์ในชั้นเรียนนั้นๆ



การทดสอบวัดระดับทางภาษา

แบบทดสอบวัดระดับทางภาษาของ EFL เป็นแบบทดสอบที่มาตรฐานของ University of Cambridge, Local Examination Syndicate เป็นแบบทดสอบที่จะไล่ระดับความรู้พื้นฐานทางภาษาอังกฤษตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง แบบทดสอบนี้ไม่ได้เป็นการวัดระดับความฉลาดทางสติปัญญา แต่จะเป็นแบบทดสอบพิเศษเพื่อตรวจเช็คหาจุดแข็งและจุดอ่อนเพื่อวัดระดับทางภาษาที่แท้จริงเท่านั้น ใช้เวลาเพียงแค่ไม่เกิน 30 นาที คุณก็จะรู้ทันทีว่าภาษาอังกฤษระดับไหนที่เหมาะกับคุณ

 

คอร์สเรียนที่เปิดสอน (EFL’s Courses)

Standard Courses
คลาสธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา

Early Learners [4.5-7 years old]

เตรียมอนุบาล-อนุบาล
จากงานวิจัยพบว่า น้องๆในวัยนี้จะสามารถเรียนรู้ด้านสำเนียงและการออกเสียงได้ดีที่สุด เทวดาและนางฟ้าตัวน้อยจะเลียนแบบคำพูดต่างๆได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากทักษะการฟังและการพูดได้รับการพัฒนาอย่างโดดเด่นในช่วงแรกของชีวิต ดังนั้นการเรียนรู้ผ่านวิธีการและระบบที่ได้รับการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีจะนำไปสู่การฟังและการออกเสียงอย่างสมบูรณ์อย่างเป็นธรรมชาติที่สุด

Movers [7-12 years old]

ประถมต้น
น้องๆวัยนี้เพิ่งก้าวข้ามจากระดับอนุบาลมาหมาดๆ ช่วงวัยนี้กล้ามเนื้อมือเริ่มแข็งแรงมากพอ ดังนั้นทักษะการอ่านและการเขียนจึงเริ่มต้นพัฒนาได้อย่างดีในช่วงนี้ เป็นจังหวะที่ดีเยี่ยมในการกระตุ้นทักษะทั้ง 4 ด้วยวิทยาการทางการสอนที่ผ่านการวิจัยมาอย่างดีเยี่ยม เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีที่สุดทางด้านภาษาให้กับน้องๆ
ประถมปลาย
ทักษะการฟังและการพูดดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นวัยที่เหมาะอย่างยิ่งที่จะเรียนการสื่อสารเบื้องต้นอย่างเป็นธรรมชาติ และเป็นวัยที่จะสร้างความมั่นใจในเรื่องการใช้ภาษาต่างประเทศในอนาคต เทคนิคการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เหมาะกับเด็กเอเชียและเด็กไทยนี้ จะทำให้น้องๆเห็นการพัฒนาอย่างรวดเร็ว มีความมั่นใจ และใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

 

Flyers [12-18 years old]

มัธยมต้น
เป็นช่วงวัยแรกรุ่นที่เริ่มมีโลกส่วนตัว มีความสนใจเฉพาะตัว มีกลุ่มเพื่อนที่รู้ใจ เริ่มต้องการผลิตภาษาเป็นของตัวเอง สามารถพัฒนาความสามารถในด้านต่างๆได้จากการให้กำลังใจ และสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว แต่เป็นวัยที่ต้องการต้นแบบที่ดี และเรียนรู้ผ่านสื่อ แสง สี เสียง ที่ทันสมัย ตื่นตา ตื่นใจ
มัธยมปลาย
เป็นช่วงที่เพื่อน แฟชั่น กีฬา ดนตรี ภาพยนตร์ แสงสี ต่างมีอิทธิพลอย่างแรงต่อการเรียนรู้ การเรียนการสอนต้องเป็นวิธีที่ปรับให้อยู่ในวิถีทางที่เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของน้องๆ ในวัยนี้ เป็นวัยที่ร่างกายพัฒนาอวัยวะต่างๆอย่างสมบูรณ์ทั้งในด้านการฟัง การพูด การอ่าน การเขียน ดังนั้นแรงจูงใจ ความเข้าใจในความต้องการของน้องๆในวัยนี้จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อพัฒนการทางด้านภาษา

 

General English [18+ years old]

ผู้ใหญ่
มีทักษะการสื่อสารที่สมบูรณ์มีทักษะการสื่อสารอย่างสมบูรณ์ มีประสบการณ์ต่างๆมากขึ้น สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเริ่มหาวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตนเอง มีความเชื่อในบางสิ่งบางอย่างว่าตนเองสามารถ หรือไม่สามารถทำได้ แต่มีความกลัวและอายที่จะเรียนรู้มากกว่าเด็ก เพราะคิดว่าตนเองอายุมากเกินกว่าที่จะเรียนรู้ แต่ด้วยวิธีการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ใหญ่ทุกวัยให้ได้ดั่งใจทุกคน

 

Examinations

การเตรียมตัวสอบไม่ว่าจะเป็น IELTS, TOEFL, TEGS, Cambridge Exam หรือการสอบภายในสถาบันการศึกษา เรามีหลักสูตรรองรับเพื่อเตรียมคุณให้พร้อมสำหรับทุกๆสนามสอบ

 

Let’s Talk

คอร์สการสนทนาด้วยหลักสูตรที่ทันสมัยและผ่านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้เหมาะกับการลักษณะการเรียนรู้ของคนเอเชียและคนไทยโดยเฉพาะ ทำให้การพูดกลายเป็นเรื่องง่ายๆ และสนุกสนาน ที่สำคัญคือสามารถเห็นผลความก้าวหน้าได้ภายใน 20-30 ชั่วโมงเลยทีเดียว

 

Commercially Speaking

หลักสูตรของ Oxford ที่ได้นำมาปรับให้เข้ากับความเป็นเอเชียและความเป็นไทยของเราได้อย่างดีเยี่ยม เป็นหลักสูตรที่ได้รับการรับรองว่าสามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในการอบรมเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานองค์กรธุรกิจ พัฒนาทักษะการสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิผลสูงสุด โดยสามารถปรับใช้ได้ในทุกๆองค์กรธุรกิจ และนักธุรกิจที่ต้องการพัฒนาตนเอง เพื่อให้ประสบผลสำเร็จสูงสุดในหน้าที่การงาน

 

Made-To-Order Courses
Design Your Life…Design Your Course

Go-Inter เตรียมตัวเข้าเรียนในโรงเรียนนานาชาติ

ใครๆก็อยากโกอินเตอร์จ้า แต่การย้ายจากระบบโรงเรียนปกติ หรือ ระบบEnglish Program ไปสู่การเรียนในระบบโรงเรียนนานาชาตินั้น น้องๆจะต้องมีความพร้อมด้านภาษาอย่างดี ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้น้องๆ สามารถใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนอินเตอร์ฯได้อย่างมีความสุขที่สุด

 

Go-EP เตรียมตัวเข้าเรียนในระบบ English Program

การเรียนการสอนในระบบ EP น้องๆก็จะต้องปรับตัวมากเลยทีเดียวจากระบบปกติ เนื่องจากน้องๆจะต้องเรียนวิชาหลักสำคัญ เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เป็นภาษาอังกฤษด้วย ดังนั้น น้องๆจะต้องมีทักษะการฟังที่ดีเพื่อจะได้ฟังคุณครูอธิบายในห้องได้อย่างเข้าใจ ทักษะการอ่านการเขียนและการพูดที่จำเป็นต้องใช้ในการเรียนการสอนวิชาหลักต่างๆเป็นภาษาอังกฤษด้วย ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้น้องๆ สามารถใช้ชีวิตในรั้วโรงเรียนในระบบ EPได้อย่างมีความสุขที่สุด

 

Go-Abroad เตรียมตัวไปนอกจ้า

ระบบการเรียนการสอนในต่างประเทศนั้นแตกต่างโดยสิ้นเชิงกับระบบการเรียนการสอนปกติในประเทศไทย ดังนั้น ภาษาอังกฤษที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันในต่างประเทศมันช่างแตกต่างกับภาษาอังกฤษที่เราเรียนกันในตำราในบ้านเราเสียเหลือเกิน แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพและด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้น้องๆ สามารถใช้ชีวิตในต่างแดนได้อย่างมีความสุขที่สุด

 

Get a Job เตรียมตัวสมัครงานและสัมภาษณ์งาน

คอร์สเตรียมตัวสมัครงานและสัมภาษณ์งานอย่างมืออาชีพ เห็นผลได้ภายในระยะเวลา 20-30 ชั่วโมง มีทั้งหลักสูตรเร่งรัด สำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานอย่างเร่งด่วน ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้คุณๆประสบความสำเร็จและได้งานอย่างที่หวังดั่งใจ

 

คอร์สคุณแจ๋ว

เรียนรู้ภาษาอังกฤษง่ายๆในชีวิตประจำวัน เริ่มเรียนจากสิ่งหฤหรรษ์ภายในบ้าน ตั้งแต่ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนอน ห้องทานอาหาร เริ่มจากสิ่งง่ายๆใกล้ๆตัวที่คุณยังไม่รู้ ทั้งๆที่เราก็เห็นอยู่ทุกวัน ด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้คุณๆสามารถเปลี่ยนชีวิตในบ้านให้เป็นชีวิตอินเตอร์ได้อย่างมีความสุขที่สุด เห็นผลได้ภายใน 20-30 ชั่วโมง

 

English for Destiny ภาษาอังกฤษสำหรับการพยากรณ์ชีวิต

คอร์สนี้พิเศษสุด คุณๆจะได้ทั้งทักษะทางภาษาอังกฤษและหลักในการพยากรณ์ชีวิตที่แม่นยำมาก แถมยังสามารถนำไปเป็นเครื่องมือประกอบอาชีพได้ทั้งในและต่างประเทศ และด้วยระบบการเรียนการสอนที่ผ่านการวิจัยและพัฒนามาอย่างดีเยี่ยมจะทำให้คุณๆสามารถใช้ได้และเห็นผลได้ภายใน 40-60 ชั่วโมง [สำหรับผู้ที่มีภาษาระดับ Pre-intermediate ขึ้นไป]

 

English for Love ภาษาอังกฤษสานรัก

คอร์สนี้เป็นคอร์สที่เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีของคนในครอบครัว เรียนรู้ที่จะพูดจาภาษาดอกไม้เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้ดอกรักเบ่งบานในใจของคนที่คุณรัก สร้างความประทับใจซึ่งกันและกันด้วยภาษาที่สร้างสานสัมพันธ์อันดี แล้วภาษาพูด ภาษาตา และภาษาใจ ของคุณก็จะเป็นภาษาเดียวกับภาษาอังกฤษของคุณ

 

English for Mom & Dad ภาษาอังกฤษสำหรับคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่

คอร์สพิเศษสำหรับคุณพ่อ คุณแม่ทุกๆคน ได้เรียนรู้การใช้ภาษาอังกฤษแบบเป็นธรรมชาติและสนุกสนานกับลูกๆได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น
เพื่อที่จะได้ก้าวไปให้ทันการเจริญเติบโตของลูกได้อย่างทันท่วงที ทำให้ลูกไม่รู้สึกว่าแปลกแยกที่จะใช้ภาษาอังกฤษภายในบ้าน

 

English For ME!

เป็นคอร์สเรียนที่คุณสามารถเลือกอย่างที่คุณต้องการ คอร์สเรียนที่จะออกแบบมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ ปรับทั้งเนื้อหา หลักสูตร กระบวนการสอนเพื่อให้สอดคล้องกับตัวตนของคุณ ลักษณะการเรียนรู้ของคุณ เป็นตัวของตัวเองและพัฒนาตนเองอย่างรวดเร็วกับ English for ME! ไม่ว่าจะเป็นวิชาใดที่คุณมีปัญหา อย่างเช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ที่คุณต้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วยังไม่เข้าใจ หรือ จะเป็นวิชาภาษาอังกฤษเอง คอร์สนี้จะทำให้อะไรๆในชีวิตคุณง่ายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

 

Business and Professional Courses:

English for Bankers ภาษาอังกฤษสำหรับนักการเงินการธนาคาร
English for Hotels ภาษาอังกฤษสำหรับโรงแรม
English for Nurses ภาษาอังกฤษสำหรับพยาบาล
English for Designers ภาษาอังกฤษสำหรับนักออกแบบ
English for Secretary ภาษาอังกฤษสำหรับเลขา
English for Lawyers ภาษาอังกฤษสำหรับทนายความ
English for Presentation ภาษาอังกฤษสำหรับการนำเสนอ
English for Programmers ภาษาอังกฤษสำหรับโปรแกรมเมอร์
English for advertising ภาษาอังกฤษสำหรับการโฆษณา

 

 

“ไม่ต้องอาย...ถ้าไม่ได้เรื่องภาษา...ถ้าไม่มีปัญหาจะมาเรียนทำไม?”


ขั้นตอนการสมัคร

 

Course Consultant: เจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับคอร์สเรียน
เจ้าหน้าที่ของ EFL จะทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงคอยแนะนำท่านในทุกๆปัญหาเกี่ยวกับภาษาที่ท่านมี ไม่ว่าท่านจะอายุเท่าไหร่ มีพื้นฐานภาษาอังกฤษหรือไม่ ขี้อายหรือกล้าแสดงออก ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ต้องการเดินทางไปต่างประเทศ หรือมีปัญหาภาษาอังกฤษในที่ทำงาน ที่บ้าน หรือ ในที่ประชุม ฯลฯ หน้าที่ของเราคือให้คำปรึกษาและชี้แนะแนวทางที่เหมาะสมกับทุกๆปัญหาของคุณ เจ้าหน้าที่ของ EFL ใจดีทุกคนและเต็มใจที่จะอยู่เคียงข้างท่านเสมอ


จะเรียนกับ EFL ดีไม๊เนี่ย?

การเรียนภาษาอังกฤษในประเทศไทยให้ได้ผลนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเรียนกับยี่ห้อของโรงเรียน แต่ประสิทธิผลของการเรียนนั้นขึ้นอยู่กับทั้งตัวผู้เรียน ตัวผู้สอน สื่อการเรียนการสอน บรรยากาศ และหลักสูตรรวมทั้งทีมงานในการให้คำปรึกษาแนะแนวทางที่ถูกต้อง ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องยึดติดอยู่กับแบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเปลือกเท่านั้น เลือกในสิ่งที่ชอบ (You like to do it) และทำในสิ่งที่ใช่ (It is the right thing) นั่นน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคุณ


EFL Concept

  Fun การเรียนเรียนภาษาอังกฤษสำหรับคนไทยให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องเริ่มต้นจากการที่มีความรักในการเรียน รู้สึกสนุกสนานไปกับการเรียนก่อน เมื่อผู้เรียนรู้สึกผ่อนคลายและมีความเป็นกันเองกับการเรียนแล้วก็จะมีการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาในการเรียนรู้ต่อไป
     
  Fast การเรียนภาษาอังกฤษกับ EFL นั้นเราเน้นที่ประสิทธิภาพที่ผู้เรียนจะได้รับ เราเน้นที่การพัฒนาอย่างแท้จริง ซึ่งผู้เรียนสามารถเห็นผลได้ในระยะเวลาอันสั้น ยิ่งเป็นเร็วเท่าไหร่ ผู้เรียนก็จะยิ่งสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มากเท่านั้น แต่ราคาต่อคอร์สที่ถูกกว่าไม่ได้หมายความว่าคุณจะเป็นเร็วกว่า ประเด็นนี้ที่เราตระหนักเป็นสำคัญ
     
  Friendly ความเป็นกันเองของ EFL นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการพัฒนาภาษาอังกฤษของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง อันประกอบไปด้วย
  • Friendly People: เราให้คำปรึกษาอย่างเป็นกันเองและอบอุ่น คือมุ่งที่จะช่วยให้คุณได้พัฒนาภาษาอังกฤษอย่างมีประสิทธิภาพในระยะเวลาอันรวดเร็ว
  • Friendly Place: สถานที่ที่ถูกจัดไว้อย่างเหมาะสมในการเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ ผู้เรียนจะได้รับอิทธิพลจากสีและการจัดสถานที่อย่างถูกต้องโดยไม่รู้ตัว ผลก็คือประสิทธิภาพและสมาธิในการเรียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • Friendly Teachers: คุณครูของเราทุกคนเป็นคุณครูเจ้าของภาษาที่มีประสบการณ์และความรู้ด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ นอกจากนี้ EFL ยังมีผู้เชี่ยวชาญในการสอนสำหรับผู้เรียนได้แต่ละช่วงชั้นโดยเฉพาะอีกด้วย
     
  Flexible ตารางการเรียนการสอนของ EFL สามารถจัดได้ตามความสะดวกของผู้เรียนในแต่ละระดับ เนื่องจากเราตระหนักดีว่า เวลาสำหรับการเรียนของผู้ปกครอง และผู้เรียนแต่ละคนมักจะแตกต่างกัน ดังนั้น ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา คุณสามารถเลือกเวลาได้ให้เหมาะสมกับคุณมากที่สุดได้ที่ EFL

 

ปัจจัยในที่ช่วยให้ผู้เรียนประสบความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ มีดังต่อไปนี้

  1. ครูผู้สอนต้องเป็นครูที่มีประสบการณ์ด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ EFL ไม่ใช่แค่ครูที่พูดภาษาอังกฤษได้ (ดูรายละเอียดในหัวข้อ EFL’s Teachers)
  2. สื่อที่ใช้ในการเรียนการสอน อาทิ
    • หนังสือต้องตรงกับระดับภาษาอังกฤษของผู้เรียนหมายถึงสื่อการเรียนการสอนจะต้องมีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ในบทเรียนกับชีวิตประจำวันของผู้เรียนทำให้ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปใช้ได้จริง
    • มีการวัดระดับทักษะทางภาษาที่เที่ยงตรง ไม่ได้เป็นการวัดเพื่อบอก IQ ของเด็ก แต่จะต้องเป็นการประเมินทักษะทางภาษาของผู้เรียนได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
      การทดสอบวัดระดับทางภาษาที่ไม่เหมาะสมจะทำให้ผู้เรียนไม่ได้ประโยชน์จากการเรียนในคลาสนั้น นั่นก็เท่ากับเป็นการเสียเงินโดยเปล่าประโยชน์ การวัดระดับง่ายๆที่ผู้เรียนลองประเมินได้เองก็อย่างเช่น ถ้าผู้เรียนรู้สึกว่าเมื่อเข้าไปเรียนแล้วรู้เรื่องไปหมดถ้าเป็นเช่นนี้แสดงว่าระดับนี้ง่ายเกินไป เสียเงินค่าเรียนโดยเปล่าประโยชน์ หรืออีกกรณีหนึ่งคือเข้าไปเรียนแล้วไม่รู้เรื่องเลย นั่นก็แสดงว่ายากเกินไป เปลืองเงินค่าเรียนอีกเหมือนกัน ระดับที่เหมาะสมก็คือเมื่อเข้าไปเรียนแล้วรู้ครึ่งหนึ่งไม่รู้ครึ่งหนึ่ง แล้วใช้ส่วนที่รู้ต่อยอดไปยังส่วนที่ยังไม่รู้ เมื่อเราได้เรียนรู้เพิ่มขึ้น ส่วนที่เพิ่มขึ้นนี้ก็จะเป็นส่วนที่เราเรียกว่า “การพัฒนา” ของผู้เรียน
  3. สิ่งอำนวยความสะดวกและสภาพแวดล้อมที่ช่วยเร่งการพัฒนาทางภาษาให้ผู้เรียนมีสมาธิและมีความก้าวหน้าในการเรียนรู้อย่างรวดเร็ว ศาสตราจารย์ แฮรี่ โวห์ลฟอร์ธ จากมหาวิทยาลัย Edmonton จากแคนนาดา กล่าวว่า สีต่างๆมีผลต่อความสามารถในการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น สถานที่ของ EFL ได้มีการออกแบบและใช้สีสันต่างๆอย่างถูกหลักและเหมาะสม เพื่อดึงความสามารถและสมาธิของผู้เรียนให้ได้มากและเร็วที่สุด ดังนั้น ผู้เรียนที่เข้ามาเรียนที่ EFL จะได้รับอิทธิพลของสีโดยปริยาย ซึ่งจากผลงานวิจัยของนักจิตวิทยาชาวสวิส (Dr. Max Luscher) และนักวิจัยอีกหลายท่าน ได้ยอมรับว่า ห้องเรียนและโรงเรียนที่ใช้สีรวมถึงการจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวก รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม จะมีผลต่อ IQ ของผู้เรียนเป็นอย่างยิ่ง (ข้อมูลเพิ่มเติม CMA: Therapies: Colour Therapy, http://www.the-cma.org.uk/HTML/colou3.htm)
  4. ตัวผู้เรียน ซึ่งเป็นตัวแปรตัวสุดท้ายที่ EFL ต้องยกให้เป็นหน้าที่ของผู้เรียนแต่ละคน เนื่องจากเป็นตัวแปรเดียวที่เราไม่สามารถควบคุมได้ 100% แต่สามารถช่วยได้โดยใช้ตัวแปรอื่นช่วย เช่น การใช้ครูที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมของ EFL ช่วยทำให้ผู้เรียนรู้สึกดีกับภาษาอังกฤษและการเรียน (Fun) รวมถึงการใช้คอนเซ็ปท์ การจัดเวลาแบบยืดหยุ่น (Flexible) ก็จะเป็นการช่วยทำให้ผู้เรียนเบาใจเรื่องข้อจำกัดของเวลามากขึ้น หรือการเน้นคลาสที่มีขนาดเล็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนและทำให้ร่นระยะเวลาการเรียนรู้ได้เร็วขึ้นเป็นอย่างมาก เป็นต้น

 

EFL’s Teachers อาจารย์ผู้สอนของ EFL

การสอนภาษาอังกฤษในประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาแม่นั้น ย่อมแตกต่างจากการสอนภาษาอังกฤษในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักอย่างมาก ดังนั้น อาจารย์ที่จะสามารถสอนให้นักเรียนไทยเข้าใจและเป็นไวรวมทั้งสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นควรจะมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  • เป็นเจ้าของภาษา (Native Speakers)
  • อาจารย์ที่สอนควรจะเรียนรู้และเข้าใจวัฒนธรรมและลักษณะของความแตกต่างระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อจะได้รู้และเข้าใจถึงปัญหาการเรียนและจะหาวิธีแก้ไขปัญหาได้ง่ายขึ้น เนื่องจากเราไม่ได้เป็นแก้วเปล่า เราเป็นแก้วที่มีน้ำซึ่งเปรียบได้กับภาษาแม่(ภาษาไทย) ของเราอยู่แล้ว เมื่ออาจารย์ต้องการเติมน้ำเพิ่มเติมเข้ามาในแก้วใบนี้แล้วต้องการให้น้ำ 2 ส่วนผสมกันอย่างกลมกลืน อาจารย์ก็ต้องเข้าใจคุณสมบัติของน้ำในแก้วเดิมและน้ำใหม่ก่อนว่ามีธรรมชาติเป็นอย่างไร
  • อาจารย์ที่มีความรู้ในการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศจะช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่นการนำ Contrastive Analysis, Error Analysis และ Interlanguage มาประยุกต์ใช้ในการสอนเป็นต้น เพราะมิได้หมายความว่าคนต่างชาติพูดภาษาอังกฤษได้ เป็นคนอังกฤษ อเมริกัน แล้วจะสอนภาษาอังกฤษได้ดี ไม่ได้หมายความว่าคนที่อยู่ในสถานทูตอังกฤษ อเมริกัน จะสามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ได้หมายความว่าคนที่มีปริญญาด้านใด ด้านหนึ่งมาจะสามารถสอนภาษาอังกฤษอย่างได้ผล เป็นต้น ดังนั้นอาจารย์ที่มีความรู้ด้านการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศ (English as a Foreign Language: EFL) จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนการสอนภาษาอังกฤษในบ้านเรา
  • การจัดทำบทเรียน รวมทั้งสื่อในการเรียนรู้ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือเรียน หนังสือการบ้าน สื่อที่ใช้ในการเรียนการสอน ควรเน้นในรูป “Student Oriented” เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประโยชน์และสามารถนำไปใช้ได้มากที่สุด

 

ความเข้าใจและเอาใจใส่ในตัวผู้เรียน ของ EFL

เนื่องจากพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัยแตกต่างกัน ดังนั้นเทคนิคการสื่อสารเพื่อให้เกิดการเรียนการสอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาต่างประเทศที่มีประสิทธิภาพก็ย่อมแตกต่างกันด้วย เช่น ผู้เรียนวัยเรียน 6-12 ปี
เด็กจะเข้าใจเหตุผลมากขึ้นในการคิด แต่ยังเข้าใจอะไรในเชิงนามธรรมน้อยและรู้จักใช้คำพูดที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์มากขึ้น มีทักษะการใช้ภาษามากขึ้น ดังนั้นการเรียนการสอนของ EFL ก็จะประเมินระดับความคิดและความเข้าใจในเด็กก่อน การอธิบายจึงควรยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมให้เด็กมองเห็นหรือนึกถึงภาพได้ การใช้วิดีโอเทป สื่อการสอน รูปภาพ ไดอะแกรมจะช่วยให้เด็กเข้าใจง่ายขึ้น
สำหรับผู้ใหญ่นั้นมีทักษะการสื่อสารที่สมบูรณ์มีทักษะการสื่อสารอย่างสมบูรณ์ มีประสบการณ์ต่างๆมากขึ้นแต่อุปสรรคอย่างเดียวที่ขัดขวางการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ก็คือ ความกลัวและอายที่จะเรียนรู้ ซึ่งความกลัวนี้เองที่เป็นอุปสรรคในการเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ที่ทำให้ผู้ใหญ่เรียนรู้ได้ช้า หาได้เกิดจากร่างกายหรือสมองที่แก่เกินกว่าการเรียนรู้ไม่ คุณครูของ EFL ก็จะมีวิธีในการจัดการกับอุปสรรคเหล่านี้ให้เหมาะสมกับระดับทางภาษาและวัยของผู้เรียน
EFL เอาใจใส่ในความต่างของผู้เรียนในทุกช่วงวัย เพื่อให้ผู้เรียนไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ อยู่ในวัยไหน มีความรู้พื้นฐานหรือไม่มีความรู้พื้นฐานภาษาอังกฤษเลย EFL สามารถแก้ปัญหาการใช้ภาษาให้คุณได้ทั้งสิ้น

Top

 
 

 

 
 

 

 

 

   
   
   
© Copyright 2006 Siam Educational Experience.Org. All rights reserved.